# Shot on iPhone6 #
 
วันหนึ่งอากาศแจ่มใส
 
เพื่อนถามฉันว่า "เธอช่วยถ่ายรูปให้พวกเราหน่อยได้ไหม"
 
ฉันบอกให้เพื่อนหยิบหนังสือพิมพ์มาสักฉบับแล้วกระโดดขึ้นไปแล้วโยนมันออกไป
 
IMG_5805
(นายแบบ: ซาอุดิอาระเบีย)
.
.
.
ฉันหลอกให้เพื่อนสะบัดผม
 
IMG_5546
(นางแบบ: อินเดีย)
.
.
.
IMG_5410
(นางแบบ: เวียดนาม)
.
.
.
และตัวฉันเอง (ภาพเหลืองอร่ามอย่างกับคนเป็นโรคดีซ่าน)
 
IMG_5912
 
 
 
.
.
.
 
ความรักอาจจะไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน
 
 
 
 
 
.
.
.
 
แต่ความรักอาจะเป็นเรื่องของคนๆ หนึ่งที่มีความสุข ลั้ลลากับสิ่งรอบข้าง
 
 
 
(เอาหมีมาเป็นพร็อพประกอบฉาก นี่แหละสิ่งรอบข้างของเรา)
 
.
.
.
 
 
หรืออาจะเป็นเรื่องของคนๆ หนึ่งที่มีความสุข ลั้ลลากับตัวเอง
 
 
 
.
.
.
 
หรือบางทีอาจจะเพี้ยนจนบ้า หรือว่าบ้าจนเพี้ยน เพราะเธอโสดแล้วพาลทำให้คนอื่นมีความสุขตามไปด้วย
 
 
 
.
.
.
 
 
อย่าคิดว่าไม่มีใครรัก ก็มีพ่อ แม่และคนในครอบครัว
 
และอย่างน้อยที่สุดก็ตัวเราเอง
 
.
.
.
 
ยิ้มค่อยๆ ให้เธอยิ้มค่อยๆ (^w^)
 
.
.
.
 
 
เราเป็นเด็กนักเรียนอยู่ต่างประเทศมาก็ย่างเข้าปีที่ 3 แล้ว แต่ไม่ค่อยจะอัพบล็อค ตามที่ตั้งใจไว้คือจะอัพบล็อคเหมือนไดอารี่ แต่ชีวิตก็ต้องมีวุ่นวายไปตามประสาแหละเนอะ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เมื่อเราพกมะขามคลุกจี๊ดจ๊าดไปแอบทานระหว่างเรียน! ฝรั่งจะยี้หรือไม่ เอเชียชาติอื่นๆจะทำหน้ายังไง? แล้วแคบหมู ปลากระป๋อง ตับหมูทอด และของอื่นๆล่ะ แค่คิดก็สงสัยกันแล้วใช่ม้า~ (ที่นี่เรามีเพื่อนฝรั่งเช่น ทางยุโรป พวกอิตาลี เนเธอร์แลนด์ ยัน สเปน บราซิล ชิลี เปรู ฯลฯ ฝั่งเอเชียก็มี ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม)

เนื่องจากเราไม่ได้แค่มาเรียนภาษา หรือเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่ว่าเป็นนักศึกษาปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัยอายุร่วม 140ปี และทำหลักสูตรร่วมกับ IBM บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี แต่ช้าก่อน เราไม่ได้จะมาเล่าประวัติมหาวิทยาลัย หรือเล่าเรื่องทั่วๆไปในชีวิตการเรียนของนักศึกษาประเทศนี้ เพราะใครๆก็คงเล่าให้ฟังกันหมดแล้ว และทุกคนก็คงจินตนาการถึงชีวิตเด็กนอกได้ทะลุปรุโปร่ง

แต่เคยสงสัยไหมว่าแท้จริงแล้ว ชาวต่างชาติคิดอย่างไรกับคนไทย อาหาร วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ ใช่แล้ว! เราเป็นคนไทยเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัย วิทยาเขตซิดนีย์ (มหาวิทยาลัยแม่อยู่ในรัฐ Victoria) แถมยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในเมเจอร์ ยกเว้นวิชาเรียนรวมกับต่างสาขาถึงจะได้เจอผู้หญิง บอกไว้เลยว่าเรื่องมันไม่ได้หมูอย่างที่คิด



คำถามแรกๆ ที่มักพบบ่อยคือ ก็แน่นอนต้องถามชื่อ อายุ และ "Where are you from?" เมื่อตอบไปแล้วก็มักจะมีคำถามตามมารัวๆ "ยูขี่ช้างไปเรียนหรือเปล่า"


(รูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

คือช้างแบบนี้เราเคยขี่ตอนวันเด็กแค่ 2-3 ครั้งเองนะ


งั้นเปลี่ยนใหม่ "อาศัยอยู่บนต้นไม้ใช่ไหม"


(รูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

เดี๋ยวนะ! หมายถึงบ้านบนต้นไม้แบบนี้หรือว่าปีนๆขึ้นต้นแล้วนอนตามง่ามกิ่งไม้?!

"พวกยูกินสุนัข หนู จริงๆหรือเปล่า"

กว่าจะปรับความคิดและมุมมองของเพื่อนบางคนที่มีต่อคนไทยและประเทศไทยได้ก็เล่นเอาเพลีย และสมองต้องประมวลคำศัพท์เยอะมาก เพราะสิ่งของในไทยบางอย่างก็ไม่ได้มีชื่อในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ

ตัวเราเองเป็นคนชอบทานขนม ของจุกจิก ของว่างระหว่างวันเอามากๆ ถ้าอยู่ที่ไทยก็คงเหมาแผงลูกชิ้นปิ้ง ข้าวเหนียวหมูปิ้งกินตอนพักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียน แต่ที่ประเทศนี้ลืมๆ กันไปได้เลย ไม่มีอาหารขายตามฟุตบาท เลยต้องพึ่งร้านไทย จีน หรือเวียดนามที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารบางอย่างมาให้ได้กิน




มะขามคลุก แบบจี๊ดจ๊าดที่คนไทยรู้จักกันดี เกลือเป็นเม็ดๆ มะขามเปรี้ยวแบบสุดยอด เห็นแล้วน้ำลายไหล เปรี้ยวปากขึ้นมาทันที มันก็คงไม่มีอะไรถ้าเราแค่แอบไว้บนเก้าอี้ข้างๆตัว แอบจกกินระหว่างเรียน แต่ทว่า เพื่อนตัวแสบซี้อย่างมายูมิ จากญี่ปุ่นหยิบกระปุกมะขามไปวางบนโต๊ะแล้วก็หมุนๆดูอย่างอยากรู้อยากเห็น! เขาเรียกว่า TAMARIND จ้า เพื่อนญี่ปุ่นคนอื่นๆทำหน้างงตาม ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าเป็นผลไม้มีรสเปรี้ยวหวาน หรือ SWEET AND SOUR เท่านั้นแหละ ยูริ มาจากไหนไม่รู้ จกกินก่อนใครเพื่อน ตามด้วยมายูมิ และกระปุกมะขามก็ถูกวนไปรอบๆ โต๊ะ



โอ้พระเจ้า! พี่เอ็ดเวิร์ดดูมีความสุขกับของใหม่ ของแปลก สไตล์ไทยๆ พี่ช่างไม่รู้อะไรเสียแล้ว (T^T) นี่มันตัวขัดล้างลำไส้ชั้นยอด ห้ามเท่าไหร่ไม่ฟัง พี่จกกิน ล้วงกิน เอาเข้าปากแบบฟินสุดติ่ง (=[]=!!!)



พี่เอ็ดเวิร์ดยึดกระปุกมะขามคลุกของเราไปครองสักพักใหญ่ๆ จนสาแก่ใจ และแล้วเหล่าเพื่อนๆในคลาสเรียนก็ร่วมด้วยช่วยกันแชร์ วนกระปุกมะขามไปทั่วห้อง!! บร๊ะเจ้า! ท้องร่วง ขี้แตกเราไม่รับประกัน! ไม่มีใครฟังเราเลย ช่วยกันกินจนหมด เหลือแค่เพียงกระปุกพร้อมเศษเกลือติดก้นกระปุกเล็กน้อยให้เราช้ำใจเล่น เป็นไอเท็มผูกมิตรราคาประมาณ $5-$6

ที่นี่จะมีไมโครเวฟ กาต้มน้ำ ตู้ขายของอัตโนมัติใน common room คล้ายๆกับโรงอาหาร แต่ไม่มีอาหารขาย มีแต่อุปกรณ์อุ่นอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะทำอาหารเอง ห่อมากินเองด้วยกันทั้งนั้นเราเคยห่อตับหมูทอดเป็นอาหารกลางวัน นั่งทานอยู่ดีๆ ก็มีเพื่อนชาวอิตาลีเอาส้อมมาจิ้มตับหมูไปกินหน้าตาเฉย (ปกติเราก็จะแลกเปลี่ยนอาหารกันเพราะมีหลายชาติมารวมกันแล้วได้ลองอาหารใหม่ รสชาติแปลกๆ) เราก็ลนลานรีบบอกว่านั่นคือ PORK LIVER ตับหมูนะเฟร้ย! เพื่อนรีบวิ่งหายไปอ้วกในห้องน้ำทันที เพราะมีไม่กี่ชาติในโลกที่จะทานเครื่องในสัตว์ หลังจากนั้นมาก็ไม่ค่อยมีใครยอมแตะต้องอาหารไทยจากเราอีกเลย (TwT)

บางวันนั่งทานแคบหมูอยู่เพื่อนก็จกไปกินด้วยเพราะคิดว่าเป็นขนม "ทำไมยูกินขนมกับข้าว" พอบอกว่าเป็น PORK SKIN CRACKER เท่านั้นแหละ อันที่กัดไปได้ครึ่งหนึ่งก็เก็บใส่ถุงคืนให้เราแล้ววิ่งไปอ้วกกันแทบไม่ทัน ยกเว้นเพื่อนชาวเวียดนามที่ยังเพลินกับการกินแคบหมู สนนราคา $5 สำหรับ 100กรัม



เจ้าน้ำตาลสดบรรจุขวด ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่เพิ่มความสดชื่นให้ชาวไทยได้เป็นอย่างดี แต่ช้าก่อน เราโดนถามเกี่ยวกับเจ้านี่เยอะมากๆ เพราะรูปร่างคล้ายขวดเบียร์ "ยูดื่มเบียร์แต่หัววันเลยหรือเนี่ย" ช้าก่อนท่านทั้งหลาย จงฟังข้า นี่คือน้ำตาลสด ไม่ใช่เบียร์ ไม่ใช่น้ำมะพร้าว ไม่ใช่กะทิ ไม่ใช่น้ำตาล แต่มันคือน้ำตาลสด โอ้ย! พูดแล้วงง เลยเอาให้เพื่อนๆชิม สรุปคือบางคนบอกหวานไปแต่ก็ชอบนะรู้สึกดีกว่าดื่ม soft drink (โค้ก เป็ปซี่ สไปร์ท แฟนต้า) บางคนติดใจฝากซื้อ...... $3 ต่อขวดจ้าจาก Thai town

เพื่อนชาวเกาหลีหลายคนชอบปูนิ่มผัดผงกระหรี่ และชาเย็น (ชาสีส้ม) ชอบมากๆ เรียกได้ว่าบ้าคลั่ง เราเคยชงชาเย็น บรรจุใส่ขวดแล้วเอาไปดื่ม ทันทีที่หยิบออกมานั้น เพื่อนเกาหลีประมาณ 4-5 คนก็อุทานออกมา "Oh! Thai Milk Tea!!!" นึกภาพคนเกาหลีวิ่งเบียดๆกันเข้ามาหา แปปเดียว ชาเย็นขนาด 1 ลิตรของเราก็เหลือแต่ขวดเปล่า (o[]o!) พวกเขาปล้มไปพร้อมกับพิกัดร้านขายชาเย็นแบบผงชงดื่ม.......

ตบท้ายด้วยเรื่องของปลากระป๋อง กับเพื่อนชาวอิตาลีคดีตับหมูทอดเจ้าเดิม คราวนี้เธอมาเลียบๆ เคียงๆ ถามก่อนจะฉกไปทาน ขอนำเสนอปลาซาดีนในซอสมะเขือเทศ ราคา $0.90-$1.30 แล้วแต่ยี่ห้อ ให้ชิมคำหนึ่งกับข้าวสวยร้อนๆ เธอชอบ เธอติดใจ เลยบอกให้เอาไปกินราดกับสปาเก็ตตี้นะเธออร่อยเด็ดพร้อมลายแทงบอกพิกัดร้าน ขายปลากระป๋อง

ฉันมักจะถูกปล้นของกินบ่อยๆ จากเพื่อนต่างชาติ แล้วก็เป็นของกินแบบแปลกๆ ไม่ใช่ต้มยำกุ้ง ส้มตำ หรือแกงเขียวหวาน ที่รู้จักกันไปทั่วโลก แต่กลับเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ของทานเล่นแบบไท๊ยไทย ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าสิ่งที่เราไม่คาดคิดมันจะ popular ได้ขนาดนี้ !!!

edit @ 17 Feb 2015 22:50:34 by คะน้า

edit @ 18 Feb 2015 09:13:46 by คะน้า

edit @ 18 Feb 2015 10:45:31 by คะน้า

.
.
.
 
 
 
"เธอทำไม่ได้ เธอไม่มีวันทำได้"
"แค่เรียนในประเทศเธอยังถูกรีไทร์ ยิ่งไปต่างประเทศก็คงพังไม่เป็นท่า"
 
 
คนอื่นบอก
 
 
 
... แต่ฉันไม่เคยคิดเช่นนั้น 
 
 
 
พ่อรู้ดีว่าลูกสาวไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืน หรือใช้เงิน ใช้เวลาทำตัวเหลวแหลก
บ้าน และโรงเรียน คือชีวิตประจำวันของลูกสาวพ่อ
 
 
"อะไรที่ไม่ชอบ เราทำไปมันก็ไม่มีความสุข" ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอกสารที่ถูกยื่นไปตรงหน้าลูกสาว
"ไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลียดีไหม ถ้าไม่อยากเรียน ไปทำงานก็ได้ ตามใจเราเลย"
 
 
 
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
 
 
 
ฉันทำการยื่นเอกสารผ่านเอเจ้นท์ที่พ่อรู้จัก...
ซึ่งได้ให้คำแนะนำแก่ฉันว่า ฉันสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้

เพราะเกรดในบางรายวิชาที่ฉันเคยเรียนไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย
วิชาแคลคูลัส 1,2 วิชาฟิสิกส์ หรือวิชาอื่นๆ ต่างก็ได้ B+,B หรือ C ซึ่งสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้
 
 
 
ใบสมัคร ใบยื่นคำร้องขอเทียบโอนหน่วยกิต จดหมายแนะนำตัวเอง และใบทรานสคริปต์ของฉัน
ทั้งหมดถูกยื่นไปพร้อมกับเอกสารต่างๆ และหลังจากนั้นก็คือการรอคอย รอผลตอบกลับจากทางมหาวิทยาลัย
 
 
 
 
... แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดความคาดหมาย

เอเจ้นท์แจ้งกลับมาว่าทางมหาวิทยาลัยที่ฉันเลือกเรียนนั้นไม่รับการโอนหน่วยกิตในกรณีของฉัน
 
 
 
และสิ่งเดียวที่ฉันคิดในตอนนั้นมีแต่คำว่า 'ต้องไปเริ่มเรียนใหม่หรอเนี่ย'
พร้อมกับตัดสินใจสมัครเรียนต่อภายในประเทศ ยื่นเอกสารและชำระค่าสมัครสอบไม่ไปน้อย
 
 
 
แต่ทว่า....
 
 
2-3 วันต่อมาเอเจ้นท์ได้โทรศัพท์มาแจ้งข่าวดีว่าฉันสามารถโอนหน่วยกิตจากคณะเดิมที่ฉันถูกรีไทร์
ไปยังคณะใหม่ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้เป็นที่สำเร็จแล้ว 
จากเดิมที่เรียนมา 2 ปี ระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมซอฟต์แวร์นานาชาติ
ถูกโอนย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ในต่างประเทศ เพื่อรับปริญญาที่นั่นได้ภายใน 2 ปี
 
 
 
นั่นก็หมายความว่า อีกแค่ไม่กี่ปี ฉันก็จะเรียนจบ....
 

และฉันก็คิดว่า ฉันไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่คนอื่นๆได้พูดเอาไว้
 
 
"ได้เวลาของฉันแล้วที่จะออกโบยบินไปตามความฝัน"
 
 

edit @ 22 Jan 2014 18:43:10 by คะน้า