Gave me your love.
ทุกความรู้สึกดีๆ
ที่เสียไป
ไม่อาจเรียกร้องกลับคืนมาได้อีกแล้ว
ผู้ชายที่โหดร้ายกับฉันทุกอย่าง
แต่วินาทีนี้นายช่างดูแสนอ่อนหวานกับคนอื่น
สิ่งดีๆ
ที่เขาคนนั้นได้รับ
แต่ทำไมกับคนที่รักนาย
และทุ่มเททุกอย่างให้นายอย่างฉัน
...
ถึงไม่เคยได้รับมัน ...
อะไรก็ตามที่ฉันหยิบยื่นให้...
กลายเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับนาย
แม้กระทั่งความรัก...
นายยังบอกให้ฉันบีบขนาดให้มันเล็กลง
ฉันเริ่มไม่เข้าใจในความรัก...
ฉันมองดูจุดตรงกลางที่จะทำให้เราคบกันอย่างสมดุล...
ไม่มีใครต้องสูญเสียโลกของตัวเอง
และความรักก็ยังไปได้ต่อ...
แต่เรากลับไม่มีใครไปยืนอยู่ตรงกลางนั้นได้
นายยอมปล่อยที่ตรงนั้น
เอาไว้ให้กลายเป็นช่องว่างระหว่างคนสองคน
ฉันยอมถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว...
หากว่ามันจะลดความอึดอัดของนายได้บ้าง...
แต่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...
ฉันห่างจากนายไปทุกที...
ฉันรอคอยนาย...
อย่างไม่มีจุดหมาย... คล้ายเส้นขนานนั้น...
แท้จริงโลกใบนี้เหงา...
หรือฉันเหงาไปเอง ?
ฉันปล่อยให้วันเวลาทำหน้าที่ของมัน...
หมุนผ่าน...
ย้ำเตือน...
หรือ
เยียวยา...
ฉันอยากให้นายเป็นคนที่
“ใช่” สำหรับฉันเสมอ
บางทีนายอาจเกิดมาเพื่อฉัน
แต่
ฉันต่างหาก
ที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อนาย...
เรื่องนี้เป็น ภาค ต่อ ของ
[Fiction] Do I'm your love ฉันคือคนที่นายรักหรือเปล่า นะค่ะ...
ตอนที่หนึ่ง
กรอบรูปไม้สีขาวบานเล็กๆ
ถูกปัดร่วงลงจากโต๊ะ จากนั้นก็มีใครคนหนึ่งหยิบมันขึ้นมา
พร้อมกับอีกหนึ่งมือที่เหลือปาดน้ำตาให้ตัวเองอย่างเข้มแข็ง
“แจจุงขอโทษ...
แจจุงไม่รู้ว่ายุนโฮไม่ชอบแบบนี้”
“ฉันเคยบอกกี่ครั้งแล้ว
ว่าฉันไม่ชอบให้นายเอารูปฉันมาตั้งวางไว้ในห้องนี้ ฉันขอแค่นี้ไม่ได้หรอไง !! ”
ร่างสูงหันมองใบหน้าหวานอย่างไม่พอใจ แจจุงทรุดตัวลงกับพื้นอย่างปวดร้าว
พร้อมกับดึงรูปถ่ายของยุนโฮออกจากกรอบรูปที่ถือไว้
ด้วยมือที่เปื้อนเลือดจากคมกระจกของกรอบรูป นิ้วเรียวที่สะอาดปัดหยดเลือดบนรูปออกเช็ดให้สะอาด
แล้วส่งรูปถ่ายใบนั้นให้คนที่ตนรัก
“นี่เป็นรูปของยุนโฮ
ยุนโฮเก็บไว้เถอะนะ แจจุงสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว...”
มือหนาคว้ารูปจากมือบางได้ก็หันหลังปิดประตูเสียงดัง
เดินออกจากห้องไป
ปังงงง !!!
แม้มันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดูร้ายแรงต่อความรู้สึกของแจจุง
แต่เขาก็ชินชาซะแล้วที่จะถูกเกรี้ยวกราดใส่แบบนี้
หลายครั้งที่รู้สึกท้อใจกับความผิดพลาดของตัวเองที่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย
หลายคำต่อว่าจากยุนโฮทำให้เขาอยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่เพราะความรักที่มีให้ยุนโฮมันมากมายเกินกว่าที่ตัวเขาเองจะเชื่อว่า
เขาอยู่โดยไม่มียุนโฮได้ในชีวิตนี้ เขาจึงต้องอดทนกับทุกๆ เรื่อง
เพียงหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นคนที่ดีพอสำหรับยุนโฮ
บางครั้งความรักก็ไม่มีทางเลือกให้ใครมากมาย...
... คนบางคน
จึงยอมทนอยู่ในที่ๆ มืดที่สุด...
... และหนาวเย็นที่สุด
เพียงเพื่อต้องการแค่จะมีที่ยืน
ในชีวิตของคนที่ตัวเองรัก...
... ที่สุด ...
ร่างบางนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
รอเวลาที่คนในห้องนอนจะตื่นขึ้น แล้วเปิดประตูห้องออกมา
และทันทีที่คนข้างในก้าวออกมา
“ยุนโฮ ทานข้าวเช้ากันนะ
แจจุงทำแต่ของโปรดของยุนโฮไว้ให้เยอะแยะเลย”
ใบหน้าหวานยิ้มสวยลุกเดินเข้าไปหาทันที
“ฉันไม่มีเวลามานั่งกินกับนายหรอกนะ”
มองด้วยหางตาแล้วรีบเดินออกจากบ้านไปทันที
เสียงรถยนต์เบาลงเรื่อยๆ
แสดงว่ายุนโฮออกไปทำงานแล้ว แต่ร่างบางยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
“ไม่เป็นไรหรอกยุนโฮ... ตอนเย็นเราอยู่ทานข้าวพร้อมกันนะ”
ถึงจะปราศจากรอยยิ้มที่หวังไว้ แต่สักวันหนึ่งยุนโฮจะต้องยิ้มเขา
ร่างบางนั่งเหม่ออยู่ที่ระเบียงบ้านเหมือนเคย...
... รอใครบางคนกลับมา
ทานอาหารเย็นด้วยกัน ...
ที่บริษัท เจ กรุ๊ป
ผู้ส่งออกอะไหล่อิเลคทรอนิกส์รายใหญ่ของเอเชีย หลังจากเวลาเลิกงาน
พนักงานในบริษัทต่างทยอยกันกลับบ้าน จะมีก็เพียงยามเท่านั้นที่อยู่คอยปิดไฟ
ปิดประตู แต่ไม่เพียงแค่นั้น... ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีความรู้สึกเบื่อบ้าน
ไม่อยากจะกลับบ้านเอาเสียเลย...
เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัทแห่นนี้
ยังหนุ่ม เพิ่งจบการบริหารมาจากต่างประเทศ แต่เพราะเหตุใด้เขาถึงเบื่อบ้าน
ทั้งที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน น่าจะกลับบ้านไปพักผ่อน
เขาก้าวออกจาห้องทำงาน
ตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรู แล้วขับกระชากตัวออกจากบริษัทตระเวนไปยังที่ต่างๆ
จนดึกมากพอดู พลางนึกถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาพยายามหาทางกลับบ้านดึกๆ
วันที่เขา ชอง ยุนโฮ
ลูกชายประมุขของบริษัท เจ กรุ๊ป เดินทางกลับเกาหลีใต้
ยุนโฮไม่ได้กลับมาคนเดียวอย่างที่คนในบ้านคิด
แต่มีอีกหนึ่งคนที่ท่าทางสนิทสนมกับเขามากติดตามมาด้วย
“จุนซูเป็นเพื่อนของผมครับ...คุณพ่อ
เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน...”
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา
คมสัน ร่างสูงสมส่วน
และผิวเกลี้ยงเกลาเพราะอยู่ซีกโลกตะวันตกเอ่ยแนะนำร่างเล็กที่มาด้วย
จุนซูเพียงก้มหัวเคารพเท่านั้น
บุคลิกของจุนซูบ่งบอกว่าเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองไม่น้อย
“ผมเป็นเพื่อนของยุนโฮครับ...
สนิทกันมานานแล้ว บ้านผมอยู่ที่ใจกลางโซลเพราะมีกิจการโรงแรมที่นั่น ผ่านมาแถวๆ
นี้พอดีเลยถือโอกาสมาทำความรู้จักกับครอบครัวคุณพ่อครับ...”
“ขอบใจนะ...
แล้วนี้จะพักที่นี่ไหม จะได้ให้เด็กจัดห้องให้” จีฮุนเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ผมก็คิดเอาไว้แบบนั้นเหมือนกันครับ..
เพราะยุนโฮคงไม่อยากให้จุนซูไปพักที่อื่นอยู่แล้ว ใช่มั้ยยุนโฮ”
จุนซูหันมายิ้มพรายให้กับยุนโฮในประโยคหลัง
ด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ใครๆ ไม่ต้องเดาเลยว่าทั้งสองจะเป็นเพียงเพื่อนกันธรรมดาๆ
เท่านั้น
จุนซูเหมือนจะจงใจแสดงออกมาให้ใครๆ
รับรู้ว่า เขามีความสนิทสนมกับยุนโฮมากเพียงใด
แจจุงอดที่จะมองใบหน้า
ท่าที ของยุนโฮไม่ได้... พบว่าคนร่างสูงวางสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างไม่น่าเชื่อ
พร้อมกันนั้นก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกกับภาพที่ได้เห็น แจจุงกำลังจะหมั้นกับยุนโฮ
ในขณะที่ยุนโฮมีใครอีกคนหนึ่งเคียงข้าง... แล้วคิม แจจุงที่รักยุนโฮมานานคนนี้จะทำอย่างไรดี
ท่ามกลางความรู้สึกสับสนนั้น...
แจจุงได้ยินเสียงของจึฮุนพูดขึ้น
“ในเมื่อเป็นเพื่อนสนิทของยุนโฮ...
พ่อก็ขอแนะนำให้รู้จักสมาชิกอีกคนของบ้านชองเอาไว้ด้วย...”
ประมุขของบ้านเอ่ยแนะนำแจจุงให้ลูกชาย
และจุนซูรู้จัก ในตอนท้ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงมาก
“แจจุงเป็นว่าที่คู่หมั้นของยุนโฮ...
ความจริงถ้าหากจุนซูเองเป็นคนอื่นที่ไม่สนิทกับยุนโฮมากนัก พ่อก็คงยังไม่บอก
เพราะเรายังไม่ได้จัดพิธีหมั้นหมายให้เป็นพิธีการ”
ขณะนั้นสายตาคมกริบของยุนโฮก็มองเลยมาที่แจจุง...
และบังเอิญแจจุงก็สบตาเข้มๆ คู่นั้นเข้าพอดี ประกายตาคมกริบชิงชังของร่างสูงที่กวาดตามองร่างบางตลอดหัวจรดเท้านั้นทำให้แจจุงยืดตัวตรงและเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สนใจในสายตาดูแคลนนั้น
จุนซูนั้นมีสีหน้าราวกับผีหลอก
หลังจากที่นิ่งอึ้งอยู่นานก็พูดด้วยน้ำเสียงสูงส่งขึ้น
“สมัยนี้ยังมีการคลุมถุงชนอีกหรอครับ...
มันน่าจะหมดสมัยไปนานแล้ว... น่าจะให้คนที่รักกันอยู่ด้วยกันเลือกกันเอง
เพราะขนาดที่ว่าชอบกันแล้ว
เลือกด้วยตัวเองแล้วบางทียังอยู่ด้วยกันไม่ได้ยืดยาวเลย.. แล้วนี่คนไม่ได้รักกัน
มีความแตกต่างทั้งความรู้ แล้วก็ฐานะ... จะอยู่ด้วยกันยังไงครับ...”
“จุนซู...” ยุนโฮปรามเสียงเบา
ที่จุนซูทำท่าเหมือนจะขึ้นเสียงกับพ่อของเขา
“ที่จุนซูพูดมาก็เป็นความจริงนะยุนโฮ
แต่บางทีบางคนก็มีข้อยกเว้นเหมือนกัน... แจจุงพาพ่อไปที่ห้องที...”
“ครับ...”
ทันทีที่ลับหลังจีฮุน
จุนซูก็หันมาเล่นงานยุนโฮทันที...
“ทำไมนายไม่บอกเรื่องนี้กับฉัน
เรื่องบ้าๆ ที่พ่อนายจัดการขึ้นมาน่ะ”
“ฉันก็เพิ่งจะรู้ก่อนหน้านี้ไม่นาน...”
ยุนโฮบอกน้ำเสียงสงบ
“แต่นายไม่เคยบอกฉัน...”
“วันนี้ฉันไปส่งนายที่คอนโดก็แล้วกัน...”
ยุนโฮเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะทะเลาะกันเสียงดัง
ทันทีที่ยุนโฮก้าวลงจากรถ
ร่างบางในชุดอยู่บ้าน วิ่งลงมาหาเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“ทำไมกลับมาดึกจังล่ะยุนโฮ...
แจจุงรออยู่ตั้งนานแน่ะ...”
เสียงหวานเอ่ยถามออกมา
พร้อมรับเลื้อนอกมาถือไว้ แล้วเกาะแขนแกร่ง
“มีธุระอะไรต้องมาเกาะแขนฉัน
!!! ” ปัดมือบางออกอย่างรำคาญ
“ยุนโฮทานอะไรมาหรือยัง...”
ใบหน้าหวานถามกลบเกลื่อนความน้อยใจ
“ไม่หิว อยากนอน”
น้ำเสียงแข็งกร้าวของร่างสูงดังขึ้น ยุนโฮก้าวขึ้นบันไดไป
แจจุงได้แต่มองตามไปด้วยความเจ็บปวด อยากอยู่ใกล้ๆ ยุนโฮ แต่ยุนโฮไม่ยอม
แถมแสดงออกมาว่ารังเกียจ ใช่ว่าจะดูไม่ออก
ยุนโฮยังไม่เข้านอน...
ยังนั่งดูทีวีในห้องนอนไปพลางๆ เพราะนอนไม่หลับ
“ยุนโฮ... แจจุงเองนะ...”
เสียงใสๆ ของแจจุงดังขึ้น
ทำให้ร่างหนาหงุดหงิดขึ้นมาในทันที
“มีอะไร” น้ำเสียงทุ้มๆ
ดังออกมา
“แจจุงเอาน้ำสดมาให้...
เปิดประตูหน่อยสิ”
ยุนโฮลุกออกไปเปิดอย่างเสียไม่ได้
“ฉันอยากพักผ่อน
นี่ก็ดึกแล้วด้วย... นายควรจะกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง”
ใบหน้าสวยหมองลงแล้วก็ยิ้มขึ้นมาใหม่
“นมสดก่อนนอน รับไปสิยุนโฮ
แล้วแจจุงจะรีบไปนอน”
ร่างสูงรับแก้วมาถือไว้แล้วทำท่าจะปิดประตู
“เดี๋ยวก่อน”
ยุนโฮเรียกเอาไว้ ร่างสูงหย่อนตัวเองลงบนเตียงด้วยท่าทางสบายใจ
“ตั้งแต่เข้าพิธี ก็ไม่ได้คุยกับนายเป็นการส่วนตัวเลยนะ...”
“ยุนโฮมีอะไรจะพูดกับแจจุงหรอ..”
ดวงตาที่เคยหม่นเศร้ากลับมีแววขึ้นอีกครั้ง
“ความจริงก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ...
แค่อยากจะถามความรู้สึก... คงสมใจนายแล้วสิ...”ประกายตาเข้มๆ
จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวย
บ่าบอบบางตั้งตรง
“แจจุงไม่มีความเห็นหรอก...”
พูดเสียงอ่อน
“แต่ฉันเองไม่เต็มใจ”
ยุนโฮพูดเสียงเย้ยหยัน...
ราวกับจะบอกว่าไม่มีวันเชื่อว่าแจจุงไม่เต็มใจที่จะเข้ามาเกี่ยวดองกับเขาเพราะสมบัติ
“ถึงแจจุงจะพูดไปเท่าไหร่ยุนโฮก็ไม่มีวันจะเชื่อใช่มั้ย...
ว่าแจจุงแค่รักยุนโฮเท่านั้น...”
ดวงตาสีนิลสบตาคมตรงๆ
หวังจะสื่อให้เข้าใจว่ามีความจริงใจกับคำพูดของตัวเอง
“ความจริงมันก็น่าจะเป็นแบบที่ฉันเข้าใจ...
ถ้าฉันเป็นแค่คนจนๆ คนหนึ่ง... นายจะยังทำแบบนี้อีกหรือเปล่า”
ยุนโฮถามเสียงเรียบ
“ยุนโฮคิดว่าแจจุงต้องการสมบัติอย่างนั้นหรอ”
“จะให้ฉันคิดเป็นอย่างอื่นหรือไง...”
น้ำเสียงเย้ยหยัน
“ยุนโฮเคยถามตัวเองบ้างมั้ย...
ว่าทำไมไม่ขัดความต้องการของคุณลุง”
แจจุงย้อนถามด้วยน้ำเสียงชัดถถ้อยชัดคำ...
ทำให้ยุนโฮอึ้ง เพราะเหมือนแจจุงจะย้อนว่าเขาเองก็ต้องการในสมบัตินั้น
“หึ...”
ร่างสูงเข้ามายืนตรงหน้าร่างบาง
ดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเรียวสะอาดเป็นประกายระยับเมื่อเอ่ยขึ้น
“ชักเชื่อแล้วสิ...
ว่าเงินที่พ่อจ่ายไป... มันจะสูญเปล่า...”
“ย... ยุนโฮ” แจจุงถอยร่น
แต่ร่างหนาเข้ามาขวางทางไว้
“ใจคอจะไม่ทำหน้าที่ของตัวเองหรือไง...
ที่บำเรอน่ะ... ขายตัวเองมาแล้วก็ต้องทำหน้าที่สิ...”
ร่างสูงใหญ่ที่เข้ามายืนอยู่ตรงหน้าทำให้แจจุงเกิดความกลัวขึ้นในใจ
“..... อึ่ก.....”
ร่างบางได้แต่กลืนน้ำลายอย่างฝืดฝืน เมื่อแผ่นหลังของตัวเองชิดผนัง ... หมดทางหนี
...
“หึ...”
มือหนาเชยคางมนขึ้นแล้วปัดออก “จะแตะตัวนายแต่ล่ะทีฉันยังคิดแล้วคิดอีกว่ามือฉันจะสกปรกแค่ไหน”
ไม่พูดเปล่ามืออีกข้างคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดทำความสะอาดมือ...
ราวกับว่าร่างบางตรงหน้าเป็นขยะ...
“ออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว...
และหลังจากวันนี้นายไม่มีสิทธิ์มายุ่งยามในห้องนี้อีกเป็นอันขาด”
“......................”
ร่างบางเดินออกจากห้องเงียบๆ เพื่อไปยังห้องข้างๆ
“ฮึ่กๆ .......”
มือเรียวปิดปากตัวเองกลั้นสะอื้น มือที่ว่างอีกข้างปาดน้ำตาให้ตัวเองอย่างลวกๆ
แล้วข่มตาให้หลับไปกับราตรีอันแสนมืดมิดนี้...
แสงแดดที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาทำให้ร่างบางที่นอนหลับ
ลืมตาตื่นขึ้นมา
09.06 น.
ทันทีที่รู้ว่าตื่นขึ้นมาเวลาไหน
ก็พาตัวเองลุกจากที่นอน
“อื้อ...”
ใบหน้าหวานเยเกเพราะความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาในหัว
Rrr… Rrr… Rrr…
เสียงโทรศัพท์บ้านดังอยู่ข้างนอกห้อง...
“ยอโบเซโย...” รับโทรศัพท์พร้อมกับกุมขมับตัวเองเพราะความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ลดลงไปเลย
บแจจุงรีบมาที่ร้านเร็วๆ
เข้า ลูกค้าจะมารับของตอนเก้าโมงครึ่ง]
“อื้มคยู...
เดี๋ยวจะรีบไป..” บอกเสียงสั่น
[เป็นอะไรหรือเปล่า]
“ปะ... เปล่า แค่นี้ก่อนนะ
เดี๋ยวเจอกัน...” วางหูโทรศัพท์แล้วเดินไปในห้องครัว
ยุนโฮทานอะไรก่อนออกไปหรือเปล่านะ
“โอ๊ย !!!” มือบางกุมขมับแน่น...
ก่อนจะทรุดลงกับพื้นห้อง...
วูบ...
ทุกอย่างค่อยๆ มืดลง
ใบหน้าสวยซีดขาวราวกับกระดาษ
ตอนที่สอง
“แจจุง... แจจุง...”ร่างสูงโปร่งของใครบางคน
รีๆรอๆอยู่หน้าบ้านพักสุดหรูที่เป็นของชอง ยุนโฮ และคิม แจจุง
แกร๊ก....
ประตูไม่ได้ล็อค
“แจจุง...”
ร่างสูงโปร่งนั้นมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องครัว... ที่ๆ แจจุงชอบขลุกอยู่เสมอ
“จะ....”
เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบร่างบางนอนหันหลังไม่ได้สติอยู่ที่พื้นห้อง
ลมหายใจแผ่วเบา
“แจจุง !!!”รีบอุ้มร่างบางของแจจุงขึ้น
พาไปโรงพยาบาลทันที
“ญาติคุณคิม
แจจุงเชิญทางนี้ครับ หมอขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวหน่อยครับ”
ขณะที่ร่างสูงโปร่งกำลังห่มผ้าให้กับแจจุงที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่ที่เตียงคนไข้
หมอรักษาอาการของแจจุงก็เข้ามาเรียก
“ครับ” เดินเข้าไปหาคุณหมอ
ห่างจากเตียงคนไข้พอสมควร ดูเหมือนคุณหมอจะมีเรื่องสำคัญอะไรสักอย่าง
“สุขภาพร่างกายของคนไข้ไม่ค่อยจะดีนะครับ
แล้วดูเหมือนว่าสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ผมไม่อยากให้คุณคิม
แจจุงทำอะไรหนักๆนะครับ งานที่หักโหมก็ขอให้หยุดไปเลย ให้เขาได้พักผ่อนมากๆ”
นั่นไงล่ะ คงจะไม่ดูแลตัวเองสักนิดถึงได้เป็นหนักแบบนี้ สงสารแจจุงขึ้นมาจับใจ
ความรู้สึกไม่ชอบยุนโฮทวีคูณขึ้นมาอย่างรุนแรง
“ครับแล้วผมจะดูแลเขาให้...แล้วแจจุงเค้าเป็นอะไรครับ”
“สาเหตุก็มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เป็นปฏิกิริยาของจิตใจต่อการสูญเสีย
ความกดดัน หรือความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า แต่ผลที่ตามมาอาจทำให้คนไข้เองมีความรู้สึกในแง่ลบต่อตนเอง
คิดถึงแต่เรื่องความผิดที่ตนเองได้ทำไป การสูญเสียคนที่ตนรัก หมดหวัง
รู้สึกชีวิตไร้ค่า หรือ ซึมเศร้าแทบทั้งวัน ร้องไห้บ่อย
บางรายอารมณ์ซึมเศร้าอาจไม่เด่นชัด แต่จะเบื่อหน่ายหมดความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ที่ร้ายแรงที่สุดคือคิดฆ่าตัวตายครับ”
“อย่างนั้นหรอครับ...”
ร่างสูงโปร่งหันไปมองร่างบางที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงคนไข้
...เป็นเพราะเขาสินะ...
คุณหมอเจ้าของไข้เดินออกจากห้องไปแล้ว..
มือหนาเกลี่ยแก้มเนียนนั้นเบาๆ
ก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผาก...
“ฉันกลับมาแล้วแจจุง... เจ้าชายกลับมาหาเจ้าหญิงแล้วนะ...
ดีใจมั้ย”
“นี่คยู...
พี่แจจุงยังไม่มาอีกหรอ...” ซองมินชะเง้อมองหน้าร้าน
“สักพักก็คงจะมาล่ะนะ...”
คยูฮยอนนั่งไขว้ห้างอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจอย่างสบายใจ “ซองมินดูนี่สิ...”
รีบเรียกคนรักให้ดูหัวข้อข่าวในหน้าบันเทิงธุรกิจ
“กลับมาแล้วทายาทพันล้าน....”
“พี่เค้ากลับมาแล้วหรอ...
ดีใจจัง” ซองมินอุทานออกมาอย่างยินดี... จะได้รู้กันล่ะ ชอง ยุนโฮ
“แอบชอบมันหรอเนี่ย...”
คยูฮยอนถามไม่พอใจ
“ยังหวงไม่เลิกหรือไงเนี่ย...
ก็บอกแล้วไงว่านั่นเป็นรุ่นพี่น่ะ ตัวจริงอยู่ตรงนี้ต่างหาก” ซองมินหยิกแก้มคยูฮยอนอย่างมันเขี้ยว
“จ้าๆ....”
“คู่แข่งใหม่ทางธุรกิจงั้นหรอ...
เป็นใครกันล่ะ น่าสนใจดีนี่กล้ามาเทียบกับเจ กรุ๊ปของเรา”
เสียงทุ้มวางอำนาจอย่างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง
“แต่ก็น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะครับ...”
ชางมินอ่านรายงานสรุปของแผนกการเงินแล้วก็ต้องตกใจที่หุ้นของ เจ กรุ๊ป
ลดลงไปถึงไม่มากแต่ก็ทำท่าว่าจะไม่ดีในอนาคต
“เฮอะ
! ก็แค่นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง...
แต่คงจะแรงได้ไม่นาน”
ยุนโฮปาลูกดอกในมือติดเป้ากระดานที่ติดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง
ลูกดอกปักลงบนกระดาษเขียนข้อความอย่างแม่นยำ ‘J-H Inter Group’
“อือ...”
เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ รู้สึกอุ่นที่มือ
“ตื่นแล้วหรอ
แจจุง...” มือหนาที่กุมมือบางอยู่
“โกรธมั้ย... ที่หายไปไหนแบบนี้...”
ร่างสูงโปร่งนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงเหมือนเดิม ยังคงกุมมือบางไว้อย่างนั้น
“โกรธสิ...
โกรธมากๆ ด้วย” แจจุงเมินหน้าไปอีกทาง
“หันมามองกันก่อนสิ....
นี่โบแจ...คิม แจจุง... จุงกี้ของผม..มม.มม” ร่างสูงโปร่งย้ายตัวเองไปนั่งอีกฝั่ง
ร่างบางพลิกตัวหันไปอีกทาง
กระชับผ้าห่มให้กับร่างบาง
มือบางจับมือหนาที่กำลังห่มผ้าให้ตัวเอง ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาช้าๆ
“เจ้าชายคนนี้กลับมาแล้ว...”
แขนแกร่งกอดคนตรงหน้าเบาๆ อย่างคิดถึง
“ฮึ่ก...
หะ... หายไปไหนมา... ฮือๆ ... หายไปไหนมาตั้งนาน...” ร่างบางกอดตอบพลางสะอื้น
“ยังขี้แยเหมือนเดิมเลยน้า...
ไหนดูสิ... เปื้อนหมดเลย...” มือหนาเกลี่ยน้ำตาให้เบาๆ
“เค้าโตขึ้นตั้งเยอะแล้วนะ...”
แจจุงทำแก้มพองลมงอนๆ
“โตแต่ตัวน่ะสิ...
โอ๋ๆ หยุดร้องนะ...เจ้าหญิงของผม...”
“บ้า...
เลิกเรียกว่าเจ้าหญิงสักทีได้มั้ย” มือบางทุบลงบนอกแกร่งแรงๆ
ไม่ได้ยิ้มอย่างสดใสแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว
คิม แจจุง
“นี่...
เธอ...”
“ค...ค่ะ”
แม่บ้านวางถาดอาหารในมือไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินมาหายุนโฮ ที่เรียกเอาไว้
“คนๆ
นั้นหายไปไหน...”
“เอ๋...
ใครค่ะ...” แม่บ้านหันรีหันขวาง
ไหนคุณแจจุงบอกว่าบ้านนี้มีคุณยุนโฮอยู่แค่คนเดียว... แล้วเขาถามหาใคร
“ชะ...
ชื่ออะไรนะ... อ๋อ... จ.. แจจุง” เป็นครั้งแรกที่พูดชื่อนี้
“ไม่ทราบค่ะ...
แต่ให้ดิฉันมาดูแลคุณสักระยะหนึ่ง”
“.........................”
ไม่อยู่งั้นหรอ... แถมหายไปทั้งวัน จะมีอะไรดีเท่านี้อีกล่ะ
“จะทานเลยมั้ยค่ะ....” แม่บ้านคนเดิมขยับชามข้าวต้มมาตรงหน้ายุนโฮ
“ฉันไม่หิว...
เอ้อ... อีกอย่าง ฉันไม่ชอบทานข้าวในบ้าน...” ร่างสูงลุกขึ้นแล้วออกจากบ้านไป
“วันนี้เป็นอะไรครับ
ร่าเริงกว่าปกติ...” ชางมินเอ่ยแซวเมื่อเห็นยุนโฮเดินเข้าบริษัทมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“มีความสุขนิดหน่อย...”
ไม่มีตัวน่ารำคาญใจอย่างแจจุงทั้งที จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง
“นี่รายงานกลุ่มผู้ถือหุ้นครับ...”
ชางมินยื่นแฟ้มหนาๆ ให้กับยุนโฮ
“ขอบใจมาก...” ร่างสูงพาตัวเองเข้ามาในห้องทำงาน
วางแฟ้มรายงานไว้บนโต๊ะทำงานก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา
เมื่อคืนออกไปเที่ยวซะดึกของีบสักพักคงไม่เป็นอะไร
“ขอพบยุนโฮหน่อยครับ...”
“จะให้เรียนท่านว่าใครค่ะ...”
แจจุงยิ้มหวานให้เลขาสาว
“คิม
แจจุงครับ...”
“ถ้างั้นรอสักครู่นะค่ะ...
ตอนนี้ท่านกำลังมีแขก... เดี๋ยวดิฉันจะเข้าไปเรียนท่านก่อน”
“ครับ...”
แจจุงนั่งรอด้วยความหวังจะได้พบเขา
สองวันที่เขาหายไปยุนโฮจะเป็นยังไงบ้างนะ แจจุงยิ้มหวานแล้วรอยยิ้มนั้นก็หายไป
เมื่อเห็นยุนโฮก้าวออกมาจากห้องทำงาน พร้อมกับจุนซู
“ยุนโฮ...”
แจจุงก้าวเข้าไปหายุนโฮที่เพียงมองมา
“แจจุง...จ...”
“ขอโทษนะ...
ฉันไม่ว่าง...”
ยุนโฮโอบประคองจุนซู
เดินเคียงไปที่ลิฟต์ แต่แจจุงก็ก้าวตามไป
ยุนโฮมองหน้าแจจุงนิ่ง
“มีอะไรอีกล่ะ...”
“แต่ยุนโฮหลบหน้าแจจุงตลอด...”
แจจุงยื่นมือไปเกาะแขนยุนโฮข้างหนึ่ง
“นี่...
พูดไม่รู้เรื่องหรอไง... ว่ายุนโฮเขามีธุระยุ่ง” จุนซูปัดมือของแจจุงออก
“ข...ขอโทษ”
ยุนโฮผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง
“ฉันให้สิทธิ์นายได้แค่อยู่ที่บ้านเท่านั้น...
กลับไปซะ !!!”
ยุนโฮกอดเอวของจุนซูแล้วก้าวเดินจากไป
แจจุงมองตามไปอย่างเงียบๆ
ด้วยความน้อยใจ ร่างบางก้าวออกจากบริษัทด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย
เหมือนคนไม่มีชีวิตมุ่งหน้ากลับบ้าน
ร่างบางนั่งนิ่งอยู่ในห้องนั่งเล่น...
สายตามองไปยังประตูบ้านอย่างเดียวเท่านั้น
แค่รอคอย...
ยุนโฮเท่านั้น...
edit @ 5 Jul 2009 21:35:45 by minami kana
edit @ 5 Jul 2009 21:48:33 by minami kana