[Aus] การศึกษา อย่างไรดี?

posted on 20 Jan 2013 08:35 by minamikana in Australia
จขบ. หายไปปีกว่าๆ ก็กลับมาพร้อมกับหัวข้อนี้เลย

"การศึกษา อย่างไรดี?"

อ้าว! แล้วเรื่องเรียนและเที่ยวที่ฮ่องกง และเซินเจิ้นล่ะ? ก็เป็นอันพักเบรกเอาไว้แค่นั้น
เพราะดันเผลอไปลบไฟล์รูปภาพเสียหมด T^T; น้ำตาจิไหล
ตอนนี้ก็เก็บรูปคืนมาได้แล้ว เพราะนึกขึ้นได้ว่ามีเก็บไว้ใน iPhoto นี่นา

เบรกเอี๊ยดดดดด.....
มาวกเข้าเรื่องกันต่อ ฮ่องกงกับเซินเจิ้นมันแค่เล็กๆ ไว้จะมาอัพให้ในภายหลัง


-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-
 

คนไทยเรียกกันว่า "พวกว่างงาน ไม่ไปเรียน ไม่เรียนต่อ รกโลก" (เฮ้ย! ชักจะมากไปนะแก๊!!!)
แต่ฝรั่งตะวันตกเขาเรียกว่า "Gap Year"
เกาหลีและจีนเขาเรียกว่า "ประสบการณ์"

ถ้ามีใครสักคนที่จู่ๆ ก็พักการเรียน
คนไทยก็จะอุทานว่า "เหย้ดดดด... อุตส่าห์เรียนซะดิบดี ดันลาออกมาเดินเตะฝุ่น เรียนไม่ไหวล่ะสิท่า"
ซึ่งถ้อยคำเหล่านั้นจะออกมาในแง่ลบ เสียดสี และดูหมิ่น (เชื่อ จขบ.เถอะ มันเป็นแบบนี้จริงๆ)
/me เอา B ฟิสิกส์วิศวะนานาชาติฟาดหัวรัวๆ แล้วยืนหอบแดก

แต่!

เพื่อนชาวซีกโลกตะวันตกยกนิ้วให้แล้วบอกว่า "Good job gril (>o<)\m/"
ว่าแล้วมันชูมือกูร็อคให้เป็นของกำนัลผ่านทางสไกป์ ทำเหมือนเราถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง
 
ส่วนเพื่อนชาวเกาหลีและจีน "อืม... ถ้ายูวางแบบนี้ เราไปเที่ยวกันเถอะ" หาได้ซีเรียสใดๆ ไม่


-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-


หลายๆ คนอาจจะรู้จัก Gap Year กันแล้ว ก็จะขอข้ามคำๆ นี้ไป

ขอเริ่มเล่าจากชาติเกาหลี ที่เขาเรียกกันว่าประสบการณ์
เพราะ... คนที่อยู่ในวัยเรียนชาวเกาหลี อย่างที่รู้ๆ กันว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
ผู้ชายเกาหลีจะต้องพักการเรียนเพื่อไปเข้ากรม เกณฑ์ทหาร
แต่ถ้ายังไม่อยากเข้ากรม ก็ยื่นขอผ่อนผันเหมือนกับไทย

แต่ทว่า ถ้าไม่ใช่ดาราหรือว่านักร้องแล้วล่ะก็ ไม่มีเหตุผลใดที่จะยื่นขอผ่อนผันออกไป
อ้าว! ก็เรียนไปได้ตั้ง 2 ปีแล้ว พวกผู้ชายดันเข้ากรมไปเกณฑ์ทหารกันหมด แล้วผู้หญิงล่ะ!?

แบบนี้ทั้งชั้นปีก็คงมีแต่ผู้หญิงมาเรียนแน่ๆ ช่างไม่สดใสเอาเสียเลย ห้องเรียนี่ปราศจากผู้ชาย
ผิดแล้วล่ะ
เพราะสาวเกาหลีบางคนเลือกที่จะเอาช่วงเวลาเหล่านั้น ไปทำงานเก็บเงิน เรียนภาษาที่ต่างประเทศ
หรือท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ในขณะที่พวกผู้ชายเข้ากรมไปเกณฑ์ทหาร

เมื่อพวกเขาเหล่านั้นออกกรม
ก็เป็นเวลาเดียวกับเหล่าหญิงสาวที่กลับมาจากต่างประเทศหรือการทำงาน
เข้ามาเรียนต่อจนจบ

(=[]=;) แล้วเด็กไทยล่ะ!?

|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||

มาต่อกันที่จีน
เด็กจีนเองก็เช่นกัน
ประเทศจีนถือว่ามีประชากรเยอะพอสมควร (เยอะจนจะล้นออกแผ่นดินใหญ่)
มหาวิทยาลัยในจีนเองก็มีตั้งมากมาย แต่มีเรื่องน่าขำก็คือ

"ขาดแคลนนักศึกษาเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา"

ถือว่าเป็นเรื่องวิกฤตของประเทศจีนเลยทีเดียว
ต่อให้มหาวิทยาลัยงัดไม้เด็ด โปรโมชันไหนออกมาล่อตาล่อใจ
เด็กจีนก็ไม่ใคร่จะสนใจเท่าไหร่นัก

Q1:เขาไม่อยากเรียนกันหรอว่ะ
Q2:สงสัยไม่มีเงินเรียนมั้ง
Q3:หรือว่าเขาไม่สนใจการศึกษา
Chinese:เราเลือกที่จะเรียนต่อในต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่

Q1:ค่าใช้จ่ายมันสูงนะเว้ย
Q2:ไกลบ้านไกลเมือง ไม่เอาหรอกว่ะ เหงาแย่
Q3:ไม่ได้เรียนในภาษาพ่อภาษาแม่ กลัวเรียนไม่เข้าใจอ่ะ ปกติภาษาตัวเองก็แย่พออยู่แล้วอ่ะ
Chinese:ความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเองชัดๆ (=A=;) อุต๊ะ! พวกมนุษย์ช่างหวาดกลัวในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

นั่นแหละเด็กจีนยุคใหม่... พวกเขาเลือกที่จะท่องโลกกว้าง พร้อมกับการหาทางเลือกเพื่อการศึกษาในแบบใหม่
บางคนก็เลือกมาเรียนที่ไทย ในโปรแกรมนานาชาติ
เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านภาษาทั้งอังกฤษและไทย (กำไรชัดๆ)
เรียนรู้วัฒนธรรม แล้วก็มองลู่ทางในการทำธุรกิจไปพร้อมๆ กันเสียเลย
บ้างก็ไปอังกฤษ ฝร่ังเศส ออสเตรเลีย อเมริกา แคนาดา ฯลฯ

Me:ประเทศแกไม่มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษหรือไง
Chinese:มี
Me:ทำไมไม่เรียนในประเทศตัวเองล่ะว้า
Chinese:ก็แค่ภาษาอังกฤษในชั้นเรียน พอออกมาก็หนี่ฮ่าวใส่กัน ภาษามันไม่ขยับไปไหนหรอก
Me:ตามสถิติภาษาจีนก็มีคนใช้เยอะอยู่แล้ว พูดแค่จีนก็น่าจะพอ แล้วจะเอาอังกฤษไปทำอะไร
Chinese:คิดว่าฝรั่งพูดจีนไหม? คนไทยล่ะ? มันก็แค่สถิติทางตัวเลข แล้วเวลาไปจีนแกพูดจีนหรืออังกฤษล่ะ
Me:ก็พูดอังกฤษ แล้วก็โดนไล่ออกมาเลย
Chinese:นั่นไง เราก็เอาไว้ใช้สื่อสารคนที่ไปเที่ยวประเทศเรา ใช้สมัครงาน แล้วก็เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศไง
Me:เอ่อ... จริงว่ะ
Chinese:แล้วแกล่ะ
Me:เช่นกัน ไว้สื่อสาร สมัครงาน
Chinese:แต่ไม่ค่อยใช้จริงใช่ไหม
Me:(จนกระทั่งโดนคำพูดของเพื่อนปักเข้าที่กลางหัวใจ)

(=[]=;) แล้วเด็กไทยล่ะ!?

-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-


สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้เสมอ...
เคยไหมที่จู่ๆ เพื่อนร่วมงานก็ลาออกไปทำนา
/me อป อป อป อป อิป้าคะน้าสไตล์ อป อป อป (ทำเสียงอปแบบวนลูป)
 
ก็แค่เปลี่ยนแผนการศึกษา และวางเส้นทางอนาคตกันใหม่
เริ่มรู้สึกว่าเบื่อกับที่เรียนเดิม ในสังคมเดิมๆ อาจารย์หน้าตาเดิมๆ (อุ่ย!)
/จงข้ามวลีสุดท้ายของบรรทัดข้างบนไป
 
คำจำกัดความสำหรับ Software Engineering คือ วิศวะละมุนภัณฑ์ พ่วงนานาชาติให้ด้วย
(เอ็งแปลตรงตัวไปม้อยยยย!) /me โดนโห่ไล่
 
จริงๆ แล้วไม่รู้สึกถึงความเป็นนานาชาติเลย นอกจาก...
1. ต่างชาติ 7 : 100 คนไทย | สัดส่วนทำนองนี้ก็น้อยนักที่จะพูดภาษาอื่นนอกจากไทย
2. ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน : ภาษาอังกฤษ | แถมต่างชาติดั๊นนนนน พูดไทย  เอากะมันสิเออ
3. อาจารย์ผู้สอน : คนไทย | สปีคอิงลิชชี่...
 
..ส่วนที่เหลือไม่ขอกล่าวถึง..
 
ก็ตกลงเออ ออ กับตัวเองว่า drop ดีกว่า ไม่แจ้งให้ทางบ้านทราบใดๆ ทั้งสิ้น... ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ
 
*ปูลู: drop - พักการเรียน
*ปูลิง: with draw - ถอนกระบวนวิชา
/มั่นใจบางคนใช้ผิด
 
เมื่อสิ้นเสียง 3 ปิ๊บ ระยะเวลาผ่านไป ก็มีเอกสารส่งไปที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
จดหมายประกาศการพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาถึงมือบิดามารดา..
(=[]=;) คุณบิดา + คุณมารดาทำหน้าแบบอิเชี่ยคะน้าาาาาาาาา
/me พร้อมรับสถานะการณ์ต่อให้นิวเคลียร์ลง อิชั้นก็ไม่หวั่นแม้มันจะมามาก
อิชั้นมีโซฟีขอบกระชับ ไว้ซับแรงในการเกิดคลื่นสึนามิ ถ้าเอาไม่อยู่ขั้นสุดแล้วอิชั้นจะร้องไห้ให้ดู
 
บ้านไม่แตก สาแหรกไม่ขาด ไม่มีเสียงก่นด่า ไม่มีไม้เรียว ก้านมะยมหวดก้นให้ลาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
มีเพียงความเงียบ...
 
 
...
 
 
เงียบ...
 
 
 
 
...
 
 
 
 
เงียบอ่ะ...
 
 
 
...
 
 
 
 
บิดาเงียบจัง...
 
 
...
 
 
 
มารดาเงียบจุงเร..
 
 
 
...
 
 
ผ่านไป 2วันไวเหมือนอ่านบล็อค
 
มารดา:ทำไงต่อล่ะทีนี้
คะน้า:(กรอกตาไปมา)
มารดา:สมัครที่ไหนสักที่ในประเทศไทย แล้วก็โอนหน่วยกิตไป ถ้าแกเบื่อที่เรียนเก่า
บิดา:(เงียบขั้นสุด)
 
 
อีก 2อาทิตย์ถัดมาไวเหมือนไปสมัครมหาวิทยาลัยใหม่
คะน้า: ม๊า ธรรมศาสตร์รังสิตส่งใบเสร็จรับเงินมาล่ะ วันที่ 34มกรา ลงไปที่มหาลัยกันเลย
มารดา: เอ่อดี
คะน้า: พูดแค่เนี้ยะ (=^=;)
 
อีก 1อาทิตย์ถัดมา
มารดา: แม่ว่าไม่ต้องไปธรรมศาสตร์แล้ว ไปต่างประเทศดีกว่าไหม
คะน้า: ห๊าาาาาาา! จ่ายตังค์ไปแล้วนะ
มารดา: ตกลงตามนี้เนอะ คิดๆ ดูก่อน
คะน้า: หนูยังไม่ได้บอกตกลงกับม๊าเลยนะ
 
อีก 1วันถัดมา
มารดา: ไปสวิสเนอะประเทศนี้ดี วิวสวย แกต้องชอบแน่ๆ
บิดา:(โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้) ไปออสเตรเลียดีกว่า
 
อีก 1อาทิตย์ถัดมา
บิดา:ตกลงไปออสเตรเลียนะ
มารดา:โอเคตกลงตามนั้น
คะน้า:เฮ้ยๆ เดี๋ยวเด้~ ไม่ถงไม่ถามกันสักคำ!
 
ตกลงว่าเลือกให้ลูกเสร็จสรรพ แล้วก็ให้ลูกติดต่อส่งเอกสารเอง
#ในพจนานุกรมเรียกว่า มัดมือชก
 
อิชั้นต้องไปจริงๆ หรือค่ะคุณบิดา คุณมารดาที่เคารพ T^T;
 
บิดาเคยถามว่าอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นหรือเปล่า เพราะเห็นว่าชอบภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรม ประเทศ
แต่เราก็ส่ายหัว ไม่ไป ไม่เอา อยู่ไทยนี่แหละดีแล้ว

ไม่ได้กลัวการไปต่างประเทศ
ไม่ได้กลัวในเรื่องของภาษา
ไม่ได้ขี้เหงาหรืออยู่คนเดียวไม่ได้

แต่เพราะอะไรล่ะ?
แหม... ถ้าเป็นคนอื่นเขาดีใจ กรี๊ดกันบ้านแตก ที่พ่อแม่ตัดสินใจ(เตะ)ให้ออกบ้าน
ให้เงินก้อนหนึ่ง (ใหญ่พอสมควร) ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ นานแค่ไหนก็ได้ตามใจจะอยู่
แค่นึกภาพก็หรู แค่มโนก็ฟินขั้นสุด แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!


แล้วเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้ จขบ. ไม่อยากไป!?
/me เขย่าคอตัวเองจนคลอน


จะเล่าให้ฟังต่อในเอนทรีต่อไป


"พร้อมที่จะออกไปให้โลกดูเรา"
 
 
-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-

ขอบคุณคุณลุงคุณน้า และพี่นุ้ย UPLUZ EDUCATION CO., Ltd.
ที่คอยอดทน รอคอย ช่วยเหลือและให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศในคร้ังนี้

-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-:-

edit @ 20 Jan 2013 16:42:45 by minamikana

Comment

Comment:

Tweet

เราว่าเธอเป็นเด็กไทยที่เก่งคนนึงเลยนะ... big smile big smile

#1 By Boymang*~ on 2013-01-29 19:26